วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5 

                    สิ่งที่ได้รับการเรียนรู้ในวันนี้            


                    ชีวประวัติ คืองานเขียนชนิดหนึ่งที่เป็นการกล่าวถึงเรื่องราวของบุคคลในช่วงชีวิต ชีวประวัติของบุคคลหนึ่ง ๆ ไม่เพียงแต่กล่าวถึง วันเกิด อาชีพ การศึกษา แต่จะมีการถึงเรื่องราวของแต่ละช่วงชีวิต และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิต           
                     
                    ประเภทของชีวประวัติ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. ชีวประวัติแบบจำลองลักษณ์

2. ชีวประวัติแบบสดุดีหรือชื่นชม

3. ชีวประวัติแบบรอบวง     
       
                     ลักษณะของชีวประวัติที่ดี            

1. เป็นชีวประวัติของบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง มีความน่าสนใจและน่าศึกษา ทั้งที่เป็นบุคคลที่ควรนำมาเป็นแบบอย่างและไม่ควรนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต           

2. สามารถแสดงเรื่องราวของบุคคลเป็นใคร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร บุคคลนั้นมี หลักการคิดและอุดมคติในการดำรงชีวิต มีความสำเร็จและความล้มเหลวอย่างไรบ้าง            

3. ใช้ภาษากึ่งแบบแผน หรือใช้ภาษามาตรฐาน     

                   สิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่            


การกล่าวรายงาน คำว่า กราบเรียน ต้อง 5 บุคคล ดังนี้                    
 - นายกรัฐมนตรี และตามด้วยตำแหน่ง                      
-ประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร                     
-ประธานสมาชิกวุฒิสภา                      
-ประธานศาลฎีกา                      
-ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 

                    ข้อเสนอแนะ               

                     การที่เพื่อน ๆ กลุ่มอื่นออกมานำเสนอและมีของรางวัลในการตอบคำถามที่ว่าดีมากค่ะ สร้างความสนุกสนานในห้องเรียนค่ะ 

นางสาวทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ 55113400179 ตอนเรียน D1            

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อัตชีวะประวัติของฉัน


                                                                             
อัตชีวะประวัติของดิฉัน


          ดิฉันชื่อ นางสาวทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ ชื่อเล่น ออย เกิดเมื่อวันที่ 9 เดือนตุลาคม พ.. 2536
ปัจจุบันอายุ 20 ปี ภูมิลำเนาเป็นคนจังหวัดอุทัยธานี ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ดิฉันเป็นลูกสาวคนเดียว ขณะนี้กำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา ชั้นปีที่ 2 ห้อง D 1
            ในวัยเด็กดิฉันอาศัยอยู่กับตาและยาย พอแม่คลอดดิฉันได้ประมาณ 5 เดือน เขาก็ให้ดิฉันอยู่กับตาและยายเพราะพ่อและแม่ต้องมาหางานทำในกรุงเทพมหานคร ทุก ๆ สิ้นเดือนท่านทั้งสองจะเดินทางกลับมาบ้านเพื่อที่จะนำเงินมาให้ดิฉัน
            ตอนนั้นดิฉันเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนวัดวังสาริกา เป็นโรงเรียนที่อยู่แถวบ้าน
ขณะที่ดิฉันกำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องก็มีรุ่นพี่ที่อยู่ข้างห้องเดินเข้ามาหาดิฉันและมานั่งคุย เหมือนกับว่าจะมาจีบ รุ่นพี่คนนี้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับดิฉัน บ้านเขาอยู่บริเวณหลังบ้านของดิฉันเอง เขาชอบมาแกล้ง พูดจาส่อเสียดตลอดเวลา และชอบมาจับเนื้อจับตัวดิฉัน ทำให้เพื่อน ๆ ล้อว่าเขาชอบดิฉัน เพื่อนสนิทของดิฉันบอกว่าเขาชอบเธอแน่ ๆ ดิฉันบอกว่าเราไม่ได้ชอบนะ เขาเป็นญาติกับเรา จะมาชอบได้ไงยังเป็นเด็กอยู่นะ แต่เขาบังเอิญมาได้ยินที่ดิฉันคุยกับเพื่อนพอถึงเวลาเลิกเรียนขณะที่ดิฉันกำลังขี่รถจักรยานกลับบ้านเขาก็ได้ขี่จักรยานมาประกบคู่กับรถของดิฉัน และพยายามที่จะดันรถของดิฉันให้ตกขอบถนน เขาทำแบบนี้อยู่เป็นประจำทุก ๆ วัน ทุกครั้งดิฉันบังคับรถไว้ได้ แต่วันนี้บังคับไม่ได้จึงทำให้รถของดิฉันพลิกคว่ำ จึงทำให้ศีรษะของดิฉันไปกระแทกกับพื้นถนน ทำให้ศีรษะแตกและเนื้อตัวถะหลอกเป็นแผลหลายที่ จนทำให้ดิฉันทนไม่ไหวแล้วจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้ยายฟัง โดยมีเพื่อนสนิทของดิฉันไปพาไปส่ง เมื่อยายทราบเรื่องก็เดินไปที่บ้านของเขาและถามว่าทำไมต้องมาแกล้งน้อง  ทั้ง ๆ ที่เราเป็นญาติกันต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ จะไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด แต่เขากลับไม่พูดอะไร ได้แต่นั่งฟังเฉย ๆ แม้แต่คำขอโทษ พอถึงเวลากลางคืนพ่อกับแม่โทรศัพท์มายายจึงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง พ่อกับแม่จึงตัดสินใจย้ายดิฉันไปเรียนในโรงเรียนเอกชนของอีกอำเภอหนึง แต่ก็ไม่ไกลจากบ้านมากนักโดยมีรถรับส่งนักเรียนคอยมารับมาส่งทุก ๆ วัน
            นับตั้งแต่วันนั้นที่เกิดเรื่องเขาไม่กล้าที่จะมายุ่งกับดิฉันอีก แม้แต่หน้ายังไม่กล้ามอง จากเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้นทำให้ดิฉันระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอว่าเราไม่ควรประมาท แม้แต่ญาติพี่น้องยังคิดที่จะทำร้ายเราเลยทำให้ดิฉันไม่เคยไว้ใจใครง่าย ๆ
ชีวิตในอนาคตของดิฉัน
            ดิฉันมีความฝันว่าอยากเป็นคุณครูที่ดีของนักเรียน จะเก็บเกี่ยวความรู้ที่ได้รับไปสอนให้กับนักเรียนให้นักเรียนเป็นคนดีของสังคม ขยันหมั่นเพียร ไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน ไม่เข้าไปยุ่งกับอบายมุขทั้งสิ้น สอนให้นักเรียนค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหากับสังคม เพราะสังคมสมัยนี้ช่างโหดร้ายและทารุณมาก ดิฉันจะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จจนได้

นางสาวทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ 55113400179 ตอนเรียน D 1




วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 4

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้

         การเขียนเพื่อเล่าเรื่อง คือการนำเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่ผู้เขียนประสบกับตนองหรือกับบุคคลอื่น มาถ่ายทอดให้ผู้อ่านทราบ เช่น การเขียนสารคดี ชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติ เป็นต้น
       
         จุดประสงค์ในการเขียน

1. เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลิน
2. เพื่อถ่ายทอดความรู้
3. เพื่อถ่ายทอดความรู้สึก เป็นต้น

         ลักษณะของการเล่าเรื่องที่ดี

1. มีการเริ่มเรื่องดี
2. มีรายละเอียดที่น่าสนใจ
3. ประกอบด้วยตัวละคร สิ่งที่น่าสนใจ เป็นต้น

          การเตรียมโครงเรื่อง

1. ที่มาของเรื่อง
2. สถานที่และเวลาที่เกิดเรื่องในเรื่อง
3. เรื่องหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับ เป็นต้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่

           ในการเขียนเล่าเรื่อง มีเคล็ดลับที่สำคัญที่จะทำให้น่าอ่านก็คือเขียน สิ่งที่คิดไปพร้อม ๆ กันกับเล่าเรื่องที่ทำ เพราะสิ่งที่เราคิดเป็นของเรา ไม่มีใครมาตัดสินได้ว่าถูกหรือผิด ทุกคนมีสิทธิคิดและแสดงความคิด

ข้อเสนอแนะ

             เราควรที่จะเขียนเพื่อเล่าเรื่องด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ น่าสนใจ ดึงดูดผู้อ่านหรือผู้ฟัง เนื้อหาควรมีความเพลิดเพลินแฝงอยู่ ไม่ควรมีแต่เนื้อหาล้วน ๆ

น.ส.ทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ 55113400179 ตอนเรียน D1