วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 10

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้

การเขียนโครงการ
            กระบวนการทำงานประกอบไปด้วยหลายๆกิจกรรมให้เป็นไปตามลำดับ โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กำหนดระยะเวลาและงบประมาณที่จำกัด ในการดำเนินงานต้องมีผู้รับผิดชอบต่อ
โครงการ ซึ่งเป็นผู้บริหารงาน กิจกรรมต่างๆ ให้เป็นไปตามแผนเหมาะสมกับเวลาและงบประมาณที่ตั้งไว้

ลักษณะของโครงการ
-          ต้องมีระบบ
-          ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจน
-          ต้องเป็นการดำเนินงานในอนาคต
-          เป็นการทำงานชั่วคราว
-          มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน
-          มีลักษณะเป็นงานที่เร่งด่วน
-          ต้องมีต้นทุนการผลิตต่ำ
-          เป็นการริเริ่มหรือพัฒนางาน

องค์ประกอบของโครงการ
     1. ชื่อโครงการ
            - มีความชัดเจน เหมาะสม และเฉพาะเจาะจง เป็นที่เข้าใจง่าย
            - ชื่อโครงการจะบอกให้ทราบว่าจะทำสิ่งใดบ้าง โครงการที่จัดทำขึ้นทำเพื่ออะไร
            - ชื่อโครงการแสดงลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ ลักษณะเฉพาะของโครงการ และจุดมุ่งหมายของโครงการ

      2. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
            - ระบุหน่วยงานต้นสังกัด ที่จัดทำโครงการ หรือ
            - ระบุหน่วยงานที่มีอำนาจในการอนุมัติโครงการ

      3. ผู้รับผิดชอบโครงการ
            - ระบุผู้รับผิดชอบโครงการนั้นๆให้ชัดเจน ว่าเป็นใครมีตำแหน่งใดในโครงการนั้น

      4. หลักการและเหตุผล
            - แสดงถึงปัญหาความจำเป็น หรือความต้องการที่ต้องมีการจัดทำโครงการขึ้น
            - เพื่อแก้ปัญหา หรือสนองความต้องการขององค์การชุมชน หรือท้องถิ่นนั้นๆ

      5. วัตถุประสงค์
            - เป็นข้อความที่แสดงถึงความต้องการที่จะทำสิ่งต่างๆ
            - ชัดเจนไม่คลุมเครือ สามารถวัดและประเมินผลได้
            - มีวัตถุประสงค์ได้มากกว่า 3 ข้อ

      6. เป้าหมาย
            - แสดงให้เป็นผลงานหรือผลลัพธ์ที่ระบุคุณภาพ หรือปริมาณที่คาดว่าจะทำให้เกิดขึ้นตามระยะเวลาที่กำหนด
            - กำหนดผลงานเป็นร้อยละ หรือจำนวนหน่วยที่แสดงปริมาณหรือคุณภาพต่างๆ

      7. ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ
            - ระบุเวลาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ

      8. วิธีการดำเนินงาน
            - เป็นขั้นตอนตามลำดับก่อนหลัง
            - นำวัตถุประสงค์มาจำแนกแจงแจงเป็นกิจกรรมย่อยหลายกิจกรรม
            - แสดงให้เป็นอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการว่าจะมีกิจกรรมใดที่จะต้องทำ

      9. แผนปฏิบัติงาน
            - เป็นการนำเอาขั้นตอนต่างๆในการดำเนินงานมาแจกแจงรายละเอียด

     10. งบประมาณและทรัพยากรที่ต้องใช้
            - ค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงิน
            - ค่าใช้จ่ายที่เป็นมูลค่า

การเขียนรายงานวิชาการ
            ข้อเขียนที่เกิดจากผลการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นลายลักษณ์อักษรมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลค้นคว้าและมีการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมตัวเสนอแนะความคิดเห็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์

ความสำคัญ
            -  นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
            -  นักศึกาพัฒนาความรู้ความคิดของนักศึกษาแล้วนำเสนอความรู้ ความคิดได้อย่างมีระบบ

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ
หลักการเขียนรายงานวิชาการ
            - ใช้คำและข้อความที่สุภาพ ศัพท์บัญญัติ ศัพท์ทางราชการ
            - ใช้คำเต็มไม่ใช้คำย่อ สำหรับตำแหน่ง นศ คำนำหน้า หรือคำย่ออื่นๆ
            - ใช้ภาษาระดับเดียวกัน ไม่ใช้ภาษาแสลงหรือภษาอื่นๆ

ข้อเสนอแนะ
            ความรู้ทั้งหมดที่ได้รับในวันนี้เป็นประโยชน์อย่างมากสามารถนำความรู้ทั้งหมดไปใช้ในการสอน
ในอนาคตของดิฉันได้เป็นอย่างดี

นางสาวทิพวรรณ   แม้นพยัคฆ์  55113400179 ตอนเรียน D1

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 9

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 9

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

ระเบียบงานสารบรรณ และ การเขียนหนังสือราชการ
งานสารบรรณ
              1.      การจัดทำ
              2.      การรับ
              3.      การส่ง
              4.      การเก็บรักษา
              5.      การยืม
              6.      การทำลาย

ชั้นความเร็วและชั้นความลับ
ชั้นความเร็ว
            -ด่วน
            -ด่วนมาก 
            -ด่วนที่สุด
ชั้นความลับ
              -ลับ คือ ความลับที่เกี่ยวกับข่าวสารที่รั่วไหลแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติ
              -ลับมาก คือ ความลับเกี่ยวกับข่าวสารที่รั่วไหลแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศชาติอย่างร้ายแรง
              -ลับที่สุด คือ ความลับเกี่บวกับข่าวสารที่รั่วไหลแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศชาติอย่างร้ายแรงที่สุด

ชนิดของหนังสือราชการ
1.      หนังสือภายนอก
2.      หนังสือภายใน
3.      หนังสือประทับตรา
4.      หนังสือสั่งการ
5.      หนังสือประชาสัมพันธ์
6.      หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้น หรือ รับไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ

หนังสือภายนอก
     นอกส่วนราชการ
          เป็นพิธีการ
               ใช้ตราครุฑ
          
หนังสือภายใน
     ในกระทรวงและจังหวัดเดียวกัน
          เป็นพิธีการน้อย
               ใช้กระดาษบันทึกข้อความ

บันทึก
     ต่ำกว่ากรมลงมา
          ใช้กระดาษบันทึกข้อความหรือกระดาษอื่นๆ

หนังสือประทับตรา
     ใช้กระดาษตราครุฑ
          ใช้ในกรณีที่ไม่สำคัญ เช่น ส่งเอกสารเพิ่มเติม
               ประทับตราแทนการลงชื่อหัวหน้าส่วนราชการ
                    คำขึ้นต้นมีเฉพาะ ที่ และ ถึง
                         มีคำลงท้าย
                                       
หนังสือสั่งการ
     คำสั่ง
          ระเบียบ
               ข้อบังคับ
                                                          
หนังสือประชาสัมพันธ์
     ประกาศ
          แถลงการณ์
               ข่าว


หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางราชการ
        หนังสือรับรอง
               รายงานประชุม
                      บันทึก  ฯลฯ

ปัญหาในการเขียนหนังสือราชการ
         ความคิด
              ยืดยาว เยิ่นเย้อ
                    รู้เรื่องคนเดียว
                          ขาดการประเมิน

หลักการเขียนเนื้อหา
           1.      ปัญหา
           2.      ข้อเท็จจริง
           3.      ข้อพิจารณา
           4.      ข้อเสนอ

ความรู้ใหม่ที่ไดัรับ

ข้อแตกต่างระหว่าง อนุญาต กับ อนุมัติ
          อนุญาต คือ ยินยอม ยอมให้

                 การนำไปใช้    
                          เรื่องส่วนตัว
                                 ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน
                                         ไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบขององค์กร
          อนุมัติ คือ ให้อำนาจกระทำตามระเบียบที่กำหนด

                  การนำไปใช้   
                           ให้อำนาจกระทำตามระเบียบที่กำหนด
                                    เรื่องที่เป็นความรับผิดชอบขององค์กร
                                            เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน

            ส่วนข้อความประโยคปิดท้ายหนังสือ
กรณีเพื่อทราบ “ทราบ”  “ทราบ และขอให้……………………ทราบด้วย”
กรณีเพื่ออนุมัติและลงนาม “อนุมัติ”  “ลงนามแล้ว”
กรณีเพื่อพิจารณาดำเนินการ
            “มอบให้หน่วย…………………….ดำเนินการ”
มอบให้หน่วย…………………….ดำเนินการ และขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่อง………………..ด้วย”
มอบให้หน่วย…………………….ดำเนินการ และขอให้มุ่งเน้นให้สามารถปฏิบัติได้อย่างมีอาชีพ”

            การเขียนรายงานการประชุม
                      ปัญหาของการเขียนรายงานการประชุม
                           ไม่รู้วิธีดำเนินการประชุมที่ถูกต้อง
                                ไม่รู้จะจดอย่างไร
                                     ขาดทักษะในการจับประเด็นและสรุปความ

            ประโยชน์ของรายงานการประชุม
                       เป็นหลักฐานการปฏิบัติงาน
                                เป็นเครื่องมือในการติดตามงาน
                                        ใช้อ้างอิง
                                                 เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร

วิธีเขียน ในระเบียบวาระที่ 1 ดังนี้
-หัวข้อเรื่อง
-บุคคลนำเข้า
-เนื้อหา
-บทสรุป ที่ประชุมรับทราบ

ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องการรับรองรายงานการประชุม ประธานมีหน้าที่นำการประชุม
วิธีเขียน ประธานได้เสนอร่างรายงานการประชุม ครั้งที่………เมื่อวันที่………..ให้ที่ประชุมพิจารณา
ที่ประชุมพิจารณาแล้ว รับรองรายงานการประชุมโดยไม่มีการแก้ไข

วิธีการตรวจแก้ ดังนี้
-การสะกดคำ
-ข้อความที่คลาดเคลื่อน

ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ
เลขานุการ มีหน้าที่นำการประชุม
เรื่องที่นำเข้า มีดังนี้
-รายงานผลการปฏิบัติงานที่สืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่แล้ว
-เรื่องที่สำคัญที่องค์กร หรือ บุคลากรปฏิบัติ
-เรื่องที่น่าสนใจ ควรรู้ควรทราบ
วิธีเขียน เหมือนวาระที่ 1

ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา
เลขานุการมีหน้าที่นำการประชุม
วิธีเขียน
            หัวข้อเรื่อง
                  ผู้นำเข้า
                         เนื้อหาให้ประกอบด้วย
                           -ประเด็นปัญหาและผลกระทบ
                           -ข้อเท็จจริง
                           -ความคิดเห็น
                           -ข้อเสนอ
                           -มติที่ประชุม

ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
             เป็นเรื่องด่วนและสำคัญ
                      เกิดขึ้นหลังจากที่ออกหนังสือเชิญประชุมไปแล้ว
                              เรื่องแจ้งทราบ พิจารณา รับรองรายงานการประชุม และนัดหมายเป็นเรื่องด่วนและสำคัญ
                                       ประธานกล่าวปิดประชุม

ข้อเสนอแนะ

ทำให้ทราบข้อแตกต่างระหว่าง "อนุญาต" กับ "อนุมัติ"
           "อนุญาต" มีความหมายว่า ยิมยอม ยอมให้ใช้ เรื่องส่วนตัว,ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงาน,ไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบขององค์การ
           "อนุมัติ" มีความหมายว่า ให้อำนาจกระทำตามระเบียบที่กำหนดใช้กับเรื่องเป็นความรับผิดชอบขององค์กร , เกี่ยวกับงบประมาณของหน่วยงาน

นางสาวทิพวรณ  แม้นพยัคฆ์  55113400179  ตอนเรียน  D1

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 8

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 8

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

การเขียนแบบฟอร์ม การกรอกแบบฟอร์ม

      คำว่า แบบฟอร์มเป็นคำไทยกับภาษาอังกฤษ เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยเว้นช่องว่างให้บุคคลแต่ละคนกรอกข้อความ เพื่อให้สะดวกแก่ผู้รวบรวมนำข้อความนั้นไปใช้ประโยชน์ แบบฟอร์มแบ่งเป็น 4 ประเภท

                1.แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แบบฟอร์มชนิดนี้หน่วยงานเป็นผู้จัดเตรียมขึ้น เพื่อให้สะดวก เช่น แบบฟอร์มสมัครเรียน แบบฟอร์มสมัครงาน เป็นต้น

                2.แบบฟอร์มที่ผู้อื่นขอความร่วมมือ กรอกแบบฟอร์มชนิดนี้ใช้เพื่อต้องการทราบข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและทรรศนะของประชาชนกลุ่มต่างๆ อย่างแบบสอบถามต่างๆ

                3.แบบฟอร์มที่ใช้ภายในองค์กร ชนิดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลากรภายในหน่วยงานของตนด้วยวิธีให้กรอกแบบฟอร์ม ชี้แจงเรื่องซึ่งมักให้รายละเอียด เช่น แบบฟอร์มใบลา แบบฟอร์มขอเงินกู้สวัสดิการ

                4.แบบฟอร์มสัญญา สัญญาในที่นี้หมายถึง เอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย เช่น สัญญาจะซื้อจะขายสินค้า สัญญากู้เงิน สัญญาเช่าบ้าน

จดหมายประเภทกิจธุระ

                จดหมายกิจธุระ  เป็นจดหมายที่บุคคลติดต่อกับบุคคลด้วยกิจธุระ เช่น การติดต่อสอบถาม การบอกขาย การเตือน การทวงถาม การแจ้งข่าวสาร แต่ถ้ามีการสั่งซื้อมีกำไรมีขาดทุนเรียก จดหมายธุรกิจ

                จดหมายเปิดผนึก เป็นจดหมายประเภทกิจธุระ เขียนเผยแพร่ ต่อสาธารณชน สื่อมวลชน ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต

                จดหมายราชการ  จดหมายราชการหรือหนังสือราชการ เป็นจดหมายที่ติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการหนึ่งกับอีกส่วนราชการหนึ่ง หรือการติดต่อสื่อสารในระหว่างกระทรวง ทบวง กรม กอง เดียวกัน  รวมทั้งติดต่อกับเอกชนต่างๆ

การเขียนประกาศ

                ประกาศ เป็นการสื่อสารใช้เผยแพร่ได้อย่างกว้างขว้าง คือให้บุคคลทุกระดับได้ทราบ ไม่ใช้ข้อความยาวๆหรือละเอียดซับซ้อน เพราะไม่ดึงดูดความสนใจผู้อ่าน

                ประกาศทางราชการ  มักมีข้อความที่ค่อนข้างยาว ละเอียด และเกี่ยวเนื่องกับตัวกฎหมาย โดยมีจุดประสงค์จะประกาศแจ้ง ให้บุคคลทั่วไปได้ทราบและหวังผลในการปฏิบัติ ภาษาเป็นภาษาราชการ

การเขียนจดหมายธุรกิจ ประเภทจดหมายธุรกิจ

-จดหมายสมัครงาน จดหมายขอเปิดเครดิต
-จดหมายเสนอขายสินค้าหรือบริการ
-จดหมายสั่งซื้อสินค้าและตอบรับสินค้า
-จดหมายต่อว่าและปรับความเข้าใจ
-จดหมายเตือนหนี้และทวงหนี้
-จดหมายไมตรีจิต ขอบคุณ 
              
  รูปแบบจดหมายธุรกิจ

1.จดหมายธุรกิจแบบราชการ รูปแบบเหมือนหนังสือราชการภายนอก  แต่ดัดแปลงรายละเอียดเล็กน้อยให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติ

2.จดหมายธุรกิจแบบไทย รูปแบบที่ดัดแปลงหรือผสมผสานจากหนังสือราชการภายนอกและจดหมายธุรกิจสากล

3.จดหมายธุรกิจแบบสากล ใช้รูปแบบการเขียนจดหมายธุรกิจของต่างประเทศที่นิยมใช้เป็นสากล แบบบล็อก และแบบเซมิบล็อก
                
เขียนหัวข้อจดหมายธุรกิจ

-หัวจดหมาย ชื่อ ที่อยู่บริษัท
-วัน เดือน ปี มักระบุเป็นตัวเลข
-คำขึ้นต้นมักใช้คำว่าเรียน
-ข้อความ มักเขียน 2-3 ย่อหน้า ย่อหน้ามักกล่าวถึงเหตุ ย่อหน้าต่อมาคือสิ่งที่ประสงค์หรือสิ่งต้องการให้ปฏิบัติ-คำลงท้ายมักใช้ ขอแสดงความนับถือ
-ลายเซ็นหรือลายมือของผู้ลงนามในจดหมาย
-ชื่อเต็มของผู้ลงนามในจดหมาย
-ตำแหน่งของผู้ลงนามในจดหมาย
-อักษรย่อของผู้ลงนามหรือผู้พิมพ์ นำพยัญชนะต้นของชื่อพยัญชนะต้นของนามสกุลมาย่อแล้วเขียนไว้

ความรู้ใหม่ที่ได้รับ

          สำนักงานนายกรัฐมนตรี เป็นคนกำหนดสารบัญตามรูปแบบ
          คำว่าไอโฟน 5 ในการเขียนจดหมายราชการ ต้องเขียนเป็นตัวเลขไทย ส่วนคำว่า 3G เขียนเป็นตัวเลขอารบิก เพราะเป็นชื่อเฉพาะ
          องศ์การใหญ่กว่าองศ์กร เพราะว่าองศ์การ คือภาพรวมที่ครอบคลุมท้งหมด
          บันทึกข้อความไม่จำเป็นต้องมี คำว่าขอแสดงความนับถือ

ข้อเสนอแนะ

               แบบฟอร์มใบสมัครงานไม่ควรมี รอยลบ รอยน้ำยาลบคำผิด บ่งบอกถึงความไม่รอบคอบ
               การเขียนอะไรเกี่ยวกับตัวเลขควรมีตัวหนังสือกำกับเสมอ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ตัวเลข จุดก็ไม่ควรใส่ ควรใส่จุดแล้วเขียนหลังจุดเลย


นางสาวทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ 55113400179 ตอนเรียน D1



วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 7

          สิ่งที่ได้รับความรู้ในวันนี้

          การใช้คำคล้องจองเป็นลักษณะหนึ่งของการเขียนบทร้อยกรองทำให้เกิดความไพเราะมีความหมาย คำคล้องจองเป็นคำที่ใช้สระตัวเดียวกันหรือมีตัวสะกดมาตราเดียวกัน รูปแบบของคำคล้องจองที่พบโดยทั่วไปมีปริศนา สำนวนโวหาร และสำนวนไทย เป็นต้น


          ความหมายและลักษณะของกาพย์ยานี 11 กาพย์ยานีเป็นบทร้อยกรองที่บังคับจำนวนคำ วรรค และสัมผัส เช่นเดียวกับการแต่งกลอน


          กาพย์ หมายถึง คำประพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีการกำหนด สระ พยางค์ และสัมผัสเช่นเดียวกับฉันท์แต่ไม่มีบังคับคำครุ-ลหุ อย่างฉันท์


          กาพย์สามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภท คือ

1. กาพย์ยานี 11
2. กาพย์ยานี 16
3. กาพย์สุรางคนางค์ 28
4. กาพย์ห่อโคลง
5. กาพย์แห่เรือ
6. กาพย์ขับไม้

         ความรู้ใหม่ที่ได้รับ

          
กาพย์ยานี 11 นิยมแต่งในการพรรณนา ดำเนินเรื่องราวอย่างช้า ๆ ลักษณะบังคับมี คณะ สัมผัส
         
          ร้อยกรองมี 5 ชนิด 
1. โครง
2. ฉันท์
3. กาพย์
4. กลอน
5. ร่าย
         
          ข้อเสนอแนะ

          วันนี้อาจารย์นำเนื้อหาความรู้มาสอนเยอะมากค่ะ และมีตัวอย่างมาก ทำให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายค่ะ



นางสาวทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ 55113400179 ตอนเรียน D1


วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ขอให้ประเทศไทยสงบสุข

ขอให้ประเทศไทยสงบสุข
            ประเทศไทยปัจจุบันนี้อยู่ในช่วงที่เลวร้ายที่สุด เปรียบเทียบกับสมัยก่อนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกฝ่ายต่างแข่งขันชิงดี ชิงเด่น เพื่อที่จะเอาชัยชนะมาให้ได้ โดยที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ส่งผลให้ประเทศอื่น ๆ ขาดความเชื่อมั่นในประเทศไทย ไม่มีความสงบสุขเหมือนสมัยก่อนที่ผ่านมา
            สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุข เกิดจากการขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่หันหน้ามาพูดคุยกัน แต่กลับก่อตั้งม็อบเพื่อที่จะประท้วงนำความถูกต้องมาสู่ฝ่ายของตน ทำให้ประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน เช่น ด้านการคมนาคม ด้านการท่องเที่ยว ด้านเศรษฐกิจ ด้านการคลัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกฝ่ายต่างก็เห็นแก่ตัวโดยไม่นึกถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าใครจะได้เป็นผู้ดูแลประเทศไทย ก็ต้องเกิดการประท้วงอยู่ดี ถึงมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ก็มีแต่ปัญหาไม่จบสิ้น อีกไม่กี่วันก็จะเกิดการปฏิวัติประเทศไทย ในครั้งนี้จะต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นกับคนทุกคนในประเทศ ต้องมีประชาชนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้อย่างแน่นอน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีแต่ความโหดร้าย น่ากลัว ส่งผลให้ประเทศไทยเสียภาพลักษณ์ในทางที่ไม่ดี ทุกคนควรที่จะรู้รักสามัคคี เอื้อเฟื้อ เผื่อแพร่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มีน้ำใจซึ่งกันและกัน ไม่แบ่งพรรค แบ่งสี รู้จักที่จะให้อภัย แค่นี้ประเทศไทยก็มีแต่ความสงบสุข
            สุดท้ายนี้ดิฉันหวังว่าประเทศไทยจงกลับมาเป็นเหมือนเดิม ให้มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ทุกคนมีแต่ความสุข สงบสุข ร่มเย็น เต็มเปี่ยมไปด้วยชาวต่างชาติที่หวนกลับคืนมาเที่ยวประเทศไทย และทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเจริญรุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา ตราบนานเท่านาน


นางสาวทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ รหัสนักศึกษา 55113400179 ตอนเรียน D1

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 6

บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 6
            สิ่งที่ได้รับการเรียนรู้ในวันนี้
ความหมายของโวหาร
            ขั้นเชิงหรือสำนวนแต่งหนังสือหรือพูด
             กลวิธีในการใช้ภาษาด้วยการเลือกสรรถ้อยคำมาเรียบเรียงในการเขียนเรื่องราวต่าง ๆ หรือพูด ให้มีความหมายสละสลวยเหมาะสม ชัดเจน เพื่อให้บรรลุตามจุดประสงค์
 ประเภทของโวหาร
            1. บรรยายโวหาร หมายถึง บอกเล่าเรื่องราว อย่างละเอียด
            2. พรรณนาโวหาร หมายถึง การเขียนบรรยายเรื่องราวอย่างละเอียด ประณีต โดยแทรกอารมณ์โน้มน้าวให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ และภาพพจน์คล้อยตาม
            3. เทศนาโวหาร หมายถึง กระบวนการเขียนแบบแนะนำสั่งสอน โน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นและปฏิบัติตาม
            4. อุปมาโวหาร หมายถึง กระบวนการเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความคมคายชัดเจนขึ้น
            5. สาธกโวหาร หมายถึง กระบวนการเขียนที่ยกตัวอย่างหรือเรื่องราวประกอบเนื้อเรื่อง เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น
             สิ่งที่ได้รับความรู้ใหม่
-ศิลป์ คือ ความงามของภาษา 
-ภาพพจน์ คือ ถ้อยคำที่ทำให้เกิดภาพ
-ภาพลักษณ์ คือ แทนตัวเรา แทนสิ่งของ
           ข้อเสนอแนะ
            ทุกครั้งที่เราจะเขียนโวหารต่าง ๆ เราควรที่จะศึกษาให้ละเอียดว่าแต่ละประเภทควรใช้กับสถานการณ์ใด ใช้คำพูดแบบไหน เหมาะสมกับโวหารที่เราจะเขียนหรือไม่

นางสาวทิพวรรณ แม้นพยัคฆ์ 55113400179 ตอนเรียน D1